วันพุธที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2553

พุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

เป็นองค์กรทางพระพุทธศาสนาที่สำคัญองค์กรหนึ่งของประเทศไทย ยุวพุทธิกะ มีความหมายว่า "ผู้เยาว์ที่นับถือในคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า" ถือกำเนิดขึ้นจากแนวคิดที่จะนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาให้เข้าถึงเยาวชนและคนรุ่นใหม่ โดยได้มีการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมมากว่า 50 ปี

ร ะ วั ติ ยุ ว พุ ท ธิ ก ส ม า ค ม แ ห่ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย ฯ

เมื่อสงครามโลกครั้งที่ ๒ สงบลง หนุ่มสาวชาวพุทธในกรุงเทพมหานครกลุ่มหนึ่งที่มีความ
สนใจทางด้านพระพุทธศาสนา ประกอบด้วยบุคคลสำคัญ ๓ ท่าน คือ

๑. นายเสถียร โพธินันทะ
๒. นายบุญยง ว่องวานิช
๓. นายสุพจน์ แสงสมบูรณ์

ทั้ง ๓ ท่านจัดตั้ง "คณะยุวพุทธิกะ" ขึ้นเมื่อวันพุธ ที่ ๑๕ มกราคม พุทธศักราช ๒๔๙๒ โดย มีความเห็นพ้องกันว่า จะต้องตั้งสมาคมเผยแผ่พระพุทธศาสนา สำหรับคนวัยเดียวกัน เพื่อจะได้ ชักจูงคนหนุ่มสาว ให้มาสนใจในพระพุทธศาสนา และแก้ความเข้าใจผิดของคนปัจจุบันที่ว่า ศาสนาเป็นของคนคร่ำครึ โดยได้รับความเมตตาจาก พระศรีวิสุทธิญาณ หรือสุชีโวภิกขุ (ท่านอาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพ ถึงแก่กรรม ) แห่งวัดกันมาตุยาราม อนุญาตให้ใช้พระอุโบสถเป็นสำนักงานในขณะนั้น พุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

กิ จ ก ร ร ม ข อ ง ยุ ว พุ ท ธ


ด้วยแรงศรัทธาของพุทธศาสนิกชน และผู้ที่เคยผ่านหลักสูตร พัฒนาจิตให้เกิดปัญญา
และสันติสุข ของคุณแม่สิริ กรินชัย จึงเกิดศูนย์วิปัสสนากรรมฐานยุวพุทธฯ ถึง ๓ แห่งในปัจจุบัน
เป็นเวลา กว่า ๕๓ ปีแล้วที่สมคมได้ดำเนินงานด้านวิปัสสนากรรมฐานและใช้เป็นที่ศึกษา
ค้นคว้าทั้งด้าน ปริยัติและปฏิบัติด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยบริการด้านห้องสมุด ธรรมบันเทิง
เป็นศูนย์รวม ด้านเอกสาร เทป และวีดีโอ เพื่อรองรับและพัมนากิจกรรมที่มีคุณค่า
ให้สอดคล้องกับยุคสมัย ด้านเอกสาร เทป
ปัจจุบันมีกิจกรรมต่าง ๆ ที่สมาคมจัดขึ้น ประมวลตามลักษณะกิจกรรมละกุล่มเป้าหมาย ดังนี้

๑. กิจกรรมด้านปริยัติ

เพื่อเป็นการส่งเสริมความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องทางพระพุทธศาสนาให้แก่สมาชิก
และ พระพุทธศาสนิกชนสมาคมได้จัดกิจกรรมที่น่าสนใจขึ้นเป็นประจำทุกวันอาทิตย์
ได้แก่
โครงการ แสงธรรมวันอาทิตย์ (ทุกวันอาทิตย์ ที่ ๒ และ ๓ ของทุกเดือน/
ช่วงเข้าพรรษา จัดเป็นประจำทุก วันอาทิตย์)
โครงการศึกษาพระอภิธรรม การบรรยายพระไตรปิฏกและการสอนภาษาบาลี
โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ

๒. กิจกรรมด้านปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน

ถือเป็นกิจกรรมหลักและสำคัญที่สุดของสมาคม โดยจัดอบรมขึ้นเป็นประจำทุกเดือน
เพื่อให้ สมาชิกและบุคคลทั่วไปได้มีโอกาสฝึกปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ในแนวทางที่ได้ผลดี
และ เป็นที่นิยมทั่วไปเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิต ได้แก่
หลักสูตรพัฒนาจิตให้เกิดปัญญาและสันติสุข โดยคุณแม่สิริ กรินชัย
หลักสูตรเจริญสติฯ , หลักสูตรวิปัสสนาสำหรับเยาวชนอายุตั้งแต่ ๗ ปีขึ้นไป
หลักสูตรวิปัสสนาสายพุทโธ และหลักสูตรอื่น ๆ โดยพระวิปัสสนาจารย์และวิทยากรที่ทรงคุณวุฒิ
โดยยึดหลักมหาสติปัฏฐาน ๔
หลักสูตรวิปัสนากรรมฐานสำหรับพระสงฆ์ เป็นอีกความสำคัญและ
จัดอบรมให้ความรู้แก่พระสงฆ์เป็นประจำทุกปี

๓. กิจกรรมด้านส่งเสริมเยาวชน

เพื่อเป็นการปลูกฝังให้เยาวชนได้รู้จักหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนาและสามารถนำไป
ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้อง สมาคมจึงได้จัดหลักสูตรสำหรับเยาวชนขึ้น ได้แก่
หลักสูตรเนกขัมมบารมี หลักสูตรพุทธธรรม หลักสูตรพรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน
หลักสูตรค่ายพุทธบุตรเพื่อชีวิตใหม่ หลักสูตรพัฒนาจิตฯสำหรับเยาวชน ฯล ฯ

๔. กิจกรรมด้านการศึกษา

โรงเรียนยุวพุทธพิทยา
เป็นโครงการให้การศึกษาระดับอนุบาลตามหลักสูตรของกระทรวง ศึกษาธิการ โดยเน้นการอบรมลูกฝังคุณธรรมในพระพุทธศาสนา ปัจจุบันเปิดสอน ๕ ห้องเรียน มีนักเรียนอนุบาลประมาณ ๑๒๐ คน รับสมัครนักเรียนที่มีอายุ ๓-๖ปี ที่มีบ้านพักอาศัยไม่ไกลจากสมาคม

โรงเรียนยุวพุทธพิทยาดำเนินงานมายาวนานทั้งสิ้น ๒๕ ปี จนกระทั่ง ในปี ๒๕๔๙ ยุวพุทธิกสมาคม ได้ยกเลิกโรงเรียน เนื่องจากเห็นว่ามีโรงเรียนต่างๆ ในเขตข้างเคียงเป็นจำนวนมากและ เพื่อใช้พื้นที่ในการก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ ซึ่งจะเป็นศูนย์พัฒนาเยาวชนให้สามารถส้รางเยาวชนให้เป็นคนดีของสังคมได้มากขึ้น

โครงการอบรมครูสอนวิชาพระพุทธศานา

ด้วยเล็งเห็นถึงความสำคัญของครูที่มีบทบาท โดยตรงในการอบรมสั่งสอนเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของชาติ สมาคมจึงจัดอบรมความรู้ ทาง พระพุทธศาสนาให้แก่ผู้ที่ประกอบวิชาชีพครูโดยเฉพาะ เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ และนำความรู้ที่ได้ไปถ่ายทอดให้แก่ศิษย์ต่อไป

๕. กิจกรรมด้านสังคมสงเคราะห์

ตลาดนัดเมตตา
สมาคมรับบริจาคสิ่งของเครื่องใช้จากผู้มีจิตศรัทธาแล้วนำไปจำหน่าย
ในราคา ถูกแก่ผู้มีรายได้น้อย รายได้ทั้งหมดสมทบเข้ากองทุนเพื่อการศึกษา
ของนักเรียน ร.ร.ยุวพุทธพิทยา

๖. กิจกรรมทั่วไป

กิจกรรมวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
สมาคมอาราธนาพระสงฆ์มารับบิณฑบาตในตอนเช้าและร่วมบำเพ็ญกุลศลด้วยการฟังธรรม
เจริญจิตภาวนาในวันมาฆบูชาและวันปีใหม่ ทั้งนี้เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ
่ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

๗. ร่วมมือกับองค์การต่าง ๆ ภายในประเทศ และต่างประเทศ

ยุวพุทธิกสมาคมฯให้การสนับสนุนและร่วมมือกับองค์การต่างๆ ภายในประเทศและที่มีบทบาท
หน้าที่ในการส่งเสริมสนับสนุน ดำเนินการพัฒนาบุคคลและสังคมในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การร่วมประชุมร่วมจัดกิจกรรม,เอื้อเฟื้อสถานที่ เป็นต้น
- เป็นสมาชิกขององค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (พ.ส.ล.) ซึ่งปัจจุบันมีสำนักงานใหญ่
อยู่ในประเทศไทย
- เป็นสมาชิกขององค์การยุวพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (ย.พ.ส.ล.)
- เป็นสมาชิกของสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ

ขั้นตอนการสมัครเพื่อปฏิบัติธรรม
1. ทำประวัติรับ Ybat card
ผู้สนใจจะสมัครเข้าอบรมปฏิบัติธรรม จะต้องทำทะเบียนประวัติกับสมาคม เพื่อรับบัตรประจำตัว YBAT Card ก่อน
โดยดำเนินการดังนี้

เขียนจดหมายแจ้งความประสงค์ขอรับ ใบกรอกทะเบียนประวัติ และ ใบสมัคร พร้อมทั้งรายละเอียดโครงการ/หลักสูตร (กรุณาระบุให้ชัดเจน) พร้อมแนบซองเปล่าจ่าหน้าซองถึงตัวท่านเอง
ติดสแตมป์ ๕ บาท ๑ ดวง ส่งจดมายขอเอกสารไปยัง ฝ่ายกิจกรรม ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทยฯ
๕๘/๘ ซอยเพชรเกษม ๕๔ ถ.เพชรเกษม แขวงบางด้วน เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ๑๐๑๖๐
หรือ ติดต่อขอรับเอกสารด้วยตนเอง ณ ที่ทำการสมาคม
หรือ ดาวน์โหลดเอกสาร จากเว็บไซต์ http://www.ybat.org/

* ทำทะเบียนแล้วท่านจะได้รับ บัตร YBAT Card หรือท่านที่เป็นสมาชิกของสมาคมอยู่แล้ว จะได้รับ Ybat Member Card โปรดแสดงบัตรของท่านทุกครั้งที่ติดต่อยุวพุทธ เพื่อรับบริการที่รวดเร็ว ท่านไม่ต้องกรอกประวัติอีก ยกเว้นกรณีที่ท่านต้องการแจ้งเปลี่ยนแปลงที่อยู่ หรือที่ทำงาน

* ใบสมัครเข้ารับการอบรมสามารถถ่ายเอกสารเก็บไว้ใช้สมัครในครั้งต่อๆไปได้
จนกว่าสมาคมจะประกาศเปลี่ยนแบบฟอร์ม

2. ส่งใบสมัคร รับใบตอบรับเข้าอบรม

ก่อนส่งใบสมัคร โปรดตรวจสอบว่าหลักสูตรที่ท่านสนใจ มีผู้รับสมัครเต็มหรือไม่

เมื่อได้รับเอกสารแล้วให้ท่านอ่านทำความเข้าใจเกี่ยวกับรายละเอียด/ระเบียบการ ระเบียบฏิบัติและคุณสมบัติของผู้เข้าอบรมแต่ละรุ่น หากท่านมีคุณสมบัติตรงตามที่ระบุในแต่ละโครงการ และสามารถปฏิบัติตามระเบียบโครงการได้ ให้ทำดังนี้

กรอกใบสมัครให้ครบถ้วน ชัดเจน อาจจะเขียนด้วยลายมือ หรือใช้เครื่องพิมพ์ดีดก็ได้
ใบสมัคร ๑ ใบท่านระบุเลือกสมัครได้ ๒ หลักสูตร แต่จะได้สิทธิ์เข้าอบรมเพียงหลักสูตรเดียว
กล่าวคือ สมาคมจะพิจารณาหลักสูตรแรกที่ท่านระบุ หากเต็มแล้ว
สมาคมจะพิจารณาสิทธิ์ให้ท่านได้เข้ารับการอบรมในหลักสูตรลำดับที่ ๒
ส่งใบสมัคร และเอกสารอื่นๆ ที่โครงการระบุ พร้อมแนบสแตมป์ ๕ บาท ๑ ดวง
ส่งใบสมัครไปยังสมาคมโดยทาง ไปรษณีย์ หรือ นำส่งด้วยตัวท่านเอง
ที่ ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทยฯ ซอยเพชรเกษม ๕๔ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น
สมาคมจะให้สิทธิ์ผู้ที่ส่งเอกสารประกอบการสมัครครบถ้วน ได้เข้าอบรมก่อน

สมาคมสงวนสิทธิ์ที่จะ ไม่รับใบสมัครทางแฟกซ์ เนื่องจากเอกสารอาจสูญหายระหว่างการส่ง
และเอกสารจากเครื่องแฟกซ์ไม่ชัดเจน


เมื่อสมาคมได้รับเอกสารการสมัครของท่าน สมาคมจะพิจารณาตามลำดับ หากสามารถรับท่านเข้าอบรมได้สมาคมจะส่งเอกสารใบตอบรับการสมัครถึงท่านทันที
โดยทางไปรษณีย์
หากท่านไม่ได้รับการติดต่อจากสมาคมหลังจากส่งใบสมัครแล้วเป็นเวลา ๒ สัปดาห์ กรุณาโทรสอบถาม เจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจกรรม โทรศัพท์ ๐-๐๘๐๕-๐๗๙๐-๔ ต่อ ๒๐๒ - ๒๐๕

สมาคมขอสงวนสิทธิ์ให้ผู้สมัครท่านท่าน เข้าอบรมโครงการต่าง ๆ ได้ไม่เกิน ๓ รุ่น ต่อปี ทั้งนี้เพื่อให้โอกาสผู้อื่นได้เข้าอบรมด้วย

3. ยืนยันการเข้าอบรม

ผู้สมัครที่ได้รับใบตอบรับของแต่ละรุ่นแล้ว

ต้องส่งใบยืนยันการเข้าอบรมกลับไปยังสมาคมก่อถึงวันเข้าอบรมประมาณ ๒ สัปดาห์ (ระบุในใบตอบรับแล้วอย่างชัดเจน) เพื่อเป็นการยืนยันความประสงค์ของท่านในการเข้าอบรมรุ่นนั้นๆ
หากพ้นกำหนดระยะเวลาการยืนยัน แล้วท่านไม่ทำการยืนยัน สมาคมจะถือว่าท่านสละสิทธิ์
อนึ่ง ท่านไม่สามารถจะส่งผู้อื่นเข้าอบรมแทนได้ เนื่องจากแต่ละรุ่นสมาคมได้รับสมัครผู้เข้าอบรมสำรองไว้แล้ว

4. ลงทะเบียนเข้าอบรม

ในวันเปิดการอบรม ให้ท่านเดินทางไปรายงานตัวตามสถานที่ ที่จัดการอบรม (ศูนย์ ๑ บางแค หรือ ศูนย์ ๒ ปทุมธานี) พร้อมกระเป๋าสัมภาระของท่าน

เอกสารที่ต้องนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่คือ
(๑) ใบตอบรับส่วนที่ ๑
(๒) บัตรประจำตัวประชาชน
(๓) บัตร Ybat Card หรือ บัตร Ybat Member Card
ท่านที่ไม่นำเอกสารไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ จะไม่ได้รับความสะดวก หรืออาจเสียสิทธิ์ในการเข้าอบรม หากไม่นำบัตร YbatCard หรือ บัตร Ybat Member Card ไปด้วย จะต้องเสียค่าธรรมเนียมทำบัตรใหม่ ๒๐ บาท และท่านจะเสียเวลาบ้างในระหว่างรอทำบัตร
เมื่อท่านลงทะเบียนล้ว ท่านจะได้รับป้ายชื่อ ซึ่งระบุชื่อของท่านและหมายเลขห้องพัก ให้ท่านนำสัมภาระไปเก็บในห้องพัก เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดปฏิบัติธรรมและรอสัญญาณเรียกเข้าห้องปฏิบัติธรรมเพื่อปฐมนิเทศต่อไป

www.bangkoktravel.siam.im

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น